สปาร์กจอยความรักกับเพื่อนร่วมงาน จะบริหารอย่างไรดี

OneDee blog

ความรักคือสิ่งสวยงามเสมอ ไม่ว่าจะรักในรูปแบบไหนก็ตาม ยิ่งช่วงวัยของการทำงานเป็นช่วงเวลาที่เชื่อว่าหลาย ๆ มักเกิดความหลงใหล ชื่นชม ในตัวเพื่อนร่วมงานจนรู้สึกพิเศษมากกว่าแค่เพื่อน พี่ น้อง ทั่ว ๆ ไป แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าการจะมีความรักกับคนในที่ทำงานนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องคนสองคน แต่มักจะมีคนอื่น ๆ มาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ บ้างกลัวว่าเป็นขี้ปากชาวบ้าน บ้างกังวลใจว่าเมื่อคบหากันแล้วจะทำให้ประสิทธิภาพของงานลดลง จึงอยากนำเสนอวิธีบริหารความรักสำหรับคนที่สปาร์กจอยกับเพื่อนร่วมงานว่าควรทำอย่างให้ความรักของคุณราบรื่น มีความสุขทั้งกับตนเองคนรอบข้างเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า

1. แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ออก

ลำดับแรกที่สำคัญสุด ๆ คือ เมื่อคุณมีความรักกับเพื่อนร่วมงานโดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานร่วมกัน ตรงนี้ต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ออก อย่าเอามาปะปนเป็นอันขาด ควรพูดคุยกันให้เข้าใจตั้งแต่ตอนเริ่มคบกันใหม่ ๆ ว่าหากมีปัญหาส่วนตัวจะไม่มีการนำมาเกี่ยวข้องใด ๆ กับเรื่องงานทั้งสิ้น เพราะมันไม่ใช่แค่เกิดความเสียหายเฉพาะตัวบุคคล แต่ยังลามไปถึงความเสียหายของบริษัทอีกด้วย ตัวอย่างเช่น มีปัญหาทะเลาะกันเมื่อคืนแล้วตอนเช้าต้องออกไปพบลูกค้าร่วมกัน คนหนึ่งไม่ยอมมาทำงาน แค่นี้ก็ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นแล้ว ดังนั้นหากคิดจะเป็นแฟนกับคนในที่ทำงานสิ่งแรกที่ต้องบริหารคือสภาพจิตใจ รู้ว่าสิ่งไหนเหมาะ สิ่งไหนควรทำ แยกให้ออกระหว่าง 2 เรื่องนี้

2. วางตัวอย่างเหมาะสม

การบริหารตัวเอง รู้จักวางตัวอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้ใครมาว่าได้ว่า เช่น ไม่จำเป็นต้องเดินมาหากันตลอดเมื่อมีเวลาว่าง พูดง่ายแต่ถึงเวลาจริงอาจจะทำยากหรือคุณอาจเข้าข้างคนรักจนเกินไป หรือไม่จำเป็นต้องทานข้าวกลางวันร่วมกันทุกวันก็ได้หากวันไหนเพื่อนอีกฝ่ายอยากชวนไปทานอย่างอื่น เรื่องเหล่านี้อาจดูเล็กน้อยแต่ถ้าบริหารจัดการไม่เป็น ก็จะทำให้กลายเป็นเรื่องพูดเม้าท์มอยภายในบริษัทจนอาจเสียการเสียงานเอาได้เลย นอกจากจะทำให้เกิดการนินทาแล้วยังทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้สึกอึดอัดที่ต้องทำอะไรแล้วพบเจอหน้ากันตลอด ไม่มีเวลาส่วนตัวของตนเอง 

3. บริหารจัดการงานของตนเองให้เป็นปกติ

แม้มีแฟนในที่ทำงานแต่ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพการทำงานของคุณต้องลดลง อย่าไปพะวงหรือคิดเรื่องความรักมากจนเกินไปนัก เอาไว้คอยเป็นกำลังใจให้กัน คอยช่วยเหลือกัน ในด้านต่าง ๆ ขณะที่เรื่องงานก็ยังคงต้องจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งมั่นทำงานเหมือนเดิม เผลอ ๆ ควรเพิ่มเติมความใส่ใจให้มากกว่าเดิมเพราะรู้ว่าย่อมมีคนคอยจับตามองอยู่แล้ว พิสูจน์ให้ได้เห็นว่าแม้คุณจะมีความรักกันในที่ทำงานแต่ไม่ได้หมายความว่าผลงานที่ออกมาจะด้อยประสิทธิภาพหรือคุณภาพลดลงจนเห็นได้ชัด หากทำตรงนี้ได้ยังไงก็ไม่มีใครกล้าว่าคุณอย่างแน่นอน เผลอ ๆ จะเป็นการเยินยอ ชื่นชม ที่เมื่อมีแฟนก็มีเนื้องานดีขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

4. จัดการเวลาให้เหมาะสม

เรื่องเวลาก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ต้องบริหารจัดการให้ดีสำหรับคนสปาร์กจอยกับเพื่อนร่วมงาน หากมีเวลาเข้างาน-เลิกงานตรงกันก็คงไม่ค่อยเท่าไหร่ (แต่ถ้าหากอีกฝ่ายยังไม่เสร็จงานแล้วคุณมีงานอยู่แม้ไม่รีบก็ควรทำไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้คนอื่นหรือหัวหน้างานมองว่าเสียเวลาการทำงานทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้มีอะไรทำอยู่แล้ว) แต่ถ้าหากเข้างาน-เลิกงานคนละเวลาก็ควรจัดการเวลาต่าง ๆ อย่างเหมาะสม บางทีไม่จำเป็นต้องมาเจอกันระหว่างเวลางานก็ได้ เพราะนอกเวลาก็ได้พูดคุย ได้เจอกันอยู่แล้ว การบริหารจัดการเรื่องเวลากับการทำงานคือสิ่งสำคัญมากหากไม่อยากให้ใครมองคุณในทางลบ

5. ให้กำลังใจกันเสมอเมื่ออีกฝ่ายมีปัญหา

การให้กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังมีปัญหา ยิ่งถ้าเป็นคนรัก เป็นแฟนด้วยแล้ว กำลังใจจากอีกฝ่ายสำคัญที่สุด แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าคุณต้องไปจัดการแทนเขาทุกอย่างเพราะงานคนละส่วนกัน มันจะทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง เมื่ออยู่ในที่ทำงานก็วางตัวเฉย ๆ ไม่ต้องสนใจอะไรมาก แต่นอกเวลางานก็สามารถให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาดี ๆ ที่จะช่วยให้คนรักผ่านพ้นความยากลำบากตรงนี้ไปให้ได้ ไม่มีกำลังใจไหนจะดีที่สุดเท่ากับการได้จากคนรักของเราอีกแล้ว

สิ่งเหล่านี้จริง ๆ ท้ายที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างต้องอยู่กับการจัดการระหว่างคนสองคนเท่านั้น หากวันใดวันหนึ่งที่ต้องเลิกลา ก็ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายต้องลาออกจากงานเสมอไป 

ดังที่กล่าวว่าความรักคือสิ่งสวยงามเสมอ เมื่อตัดสินใจที่จะมีแล้วต้องรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ได้ แล้วชีวิตของทุก ๆ คนจะมีวันดีสุขมากขึ้นไปอีก การมีแฟน มีคนรัก คนเข้าใจ ยังไงก็คือเรื่องดีของชีวิตที่ใคร ๆ ก็อยากให้เกิด

ขอให้ทุกวันเป็นวันดี

บทความอื่นๆ

อัปเดต ค่าลดหย่อนภาษี 2566 มนุษย์เงินเดือนเช็คให้ดีก่อนยื่น!

อัปเดต ค่าลดหย่อนภาษี 2566 มนุษย์เงินเดือนเช็คให้ดีก่อนยื่น!

ใกล้สิ้นปีแบบนี้เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนหลายๆ คนคงมีคำถามเป็นเสียงเดียวกันว่า ใกล้จะต้องจ่ายภาษีแล้ว “สามารถลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง?”...

อ่านเพิ่มเติม
จับตา HR Trend 2024 องค์กรที่ปรับตัวได้เท่านั้นถึงจะอยู่รอด

จับตา HR Trend 2024 องค์กรที่ปรับตัวได้เท่านั้นถึงจะอยู่รอด

โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภายใต้บริบทของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า การแข่งขันที่รุนแรง และความต้องการของพนักงานที่เปลี่ยนไป...

อ่านเพิ่มเติม
Share This