เลือกเครื่องชงกาแฟยังไงให้ขายดี ตอบโจทย์การใช้งาน ลงทุนแล้วคุ้มค่า!

ม.ค. 22, 2020 | OneDee blog

“จะเปิดร้านกาแฟต้องเลือกเครื่องชงยังไงให้ขายดีนะ” เชื่อว่าหลายคนที่กำลังมีแนวคิดเปิดร้านกาแฟคงตั้งคำถามที่ว่านี้อยู่ในใจไม่น้อย ซึ่งการเลือกเครื่องชงกาแฟควรดูหลายปัจจัยมากทั้งข้อดีข้อเสีย ความเหมาะสมกับการนำมาใช้งาน รวมไปถึงราคาของเครื่อง และสำหรับใครที่ต้องการหาคำตอบเพื่อที่จะได้รีบไปซื้อมาใช้งาน ลองอ่านบทความต่อไปนี้ดูเผื่อช่วยได้ โดยจะมีแบบไหนบ้าง ไปติดตามกันเลย

1. เครื่องชงกาแฟประเภทเอสเปรสโซ (Espresso Coffee Machine)

  • เครื่องชงกาแฟประเภทเอสเปรสโซ จัดว่าเป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมที่สุดในบรรดาผู้ประกอบการร้านกาแฟใช้กัน ซึ่งจะใช้น้ำร้อนชงกาแฟออกมาด้วยแรงดันไอน้ำในหม้อต้ม 
  • ข้อดีคือเป็นเครื่องที่สามารถผลิตกาแฟได้มากและใช้เวลาน้อย สั่งปุ๊บได้ปั๊บ เครื่องส่วนใหญ่จะมีแก้ววัดปริมาณกาแฟมาให้ด้วย 
  • ข้อเสียคือต้องทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งานเนื่องจากกาแฟหยดลงมาใส่พื้นเครื่อง และพอชงเสร็จก็ต้องรีบเสิร์ฟเพื่อไม่ให้กาแฟเย็นชืด 
  • เหมาะกับร้านที่อยากให้ลูกค้าได้รับความเข้มข้นของกาแฟ รวมทั้งกลิ่นละมุนจากเมล็ดกันแบบแท้ ๆ สด ๆ แน่นอนว่าต้องร้านกาแฟขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ (ใช้ที่บ้านก็ได้ด้วยนะ) 
  • ราคาเครื่องชงกาแฟประเภทเอสเปรสโซ จะอยู่ที่ประมาณ 8,000 –  20,000 บาท

2. เครื่องชงกาแฟประเภทแคปซูล (Capsule Coffee Machine)

  • เครื่องชงกาแฟประเภทแคปซูล  เป็นเครื่องที่ชงกาแฟง่ายมาก แค่หยิบกาแฟแคปซูลที่ออกแบบมาโดยเฉพาะใส่ในเครื่องแล้วกดปุ่มทำงานก็ได้กาแฟมาดื่มกันแล้ว
  • ข้อดีคือ สามารถจุน้ำร้อนตามปริมาณเหมาะสม มีการรองรับรสชาติแคปซูลได้หลากหลาย สะดวกรวดเร็วในการชง รสชาติคงที่ เหมาะสำหรับคนที่ดื่มรสเดิม ๆ เป็นประจำ
  • ข้อเสียคือ รสชาติกับกลิ่นของกาแฟก็จะไม่ค่อยเข้มและหอมละมุนเท่าไรนัก หลังนำกาแฟไปเสิร์ฟแล้วอาจมีน้ำกาแฟหยดจากเครื่องต้องทำความสะอาดบ่อยครั้ง 
  • เหมาะกับร้านกาแฟเล็ก ๆ ไปจนถึงขนาดกลาง
  • ราคาของเครื่องชงกาแฟประเภทแคปซูล จะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 12,000 บาท

3. เครื่องชงกาแฟประเภทกรอง (Drip)

  • เครื่องชงกาแฟประเภทกรอง (Drip) จะเป็นการชงโดยใช้น้ำร้อนเทลงไปบนกาแฟบดซึ่งมีกระดาษกรองรองอยู่บนแก้วกาแฟอีกที
  • ข้อดีคือสามารถชงได้หลายแก้ว (สูงสุด 15 แก้วเลยล่ะ) ซึ่งไม่ต้องมาคอยเปิดดูน้ำในเครื่องบ่อยเพราะจะมีช่องบอกปริมาณน้ำที่เหลือไว้นอกเครื่องเลย บางรุ่นสามารถอุ่นกาแฟได้ในระยะเวลาไม่นาน ทำให้สามารถชงรอลูกค้าไว้เผื่อในกรณีที่มาสั่งพร้อมกันหลายแก้ว ทั้งยังมีระบบป้องกันน้ำกาแฟหยดไม่ต้องคอยกังวลเรื่องทำความสะอาด 
  • ข้อเสียคือแม้ว่าจงได้หลายแก้วแต่ก็ต้องค่อยๆ ทำจึงอาจใช้เวลาอยู่บ้าง และได้แค่กาแฟชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น รสชาติ กลิ่นของกาแฟไม่ค่อยเข้มข้น หอมละมุน 
  • เหมาะกับร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดใหม่ ร้านเล็ก ๆ ไปจนถึงขนาดกลาง
  • เครื่องชงกาแฟประเภทกรอง (Drip) นี้ราคาถูกแสนถูกอยู่ที่ราว ๆ เครื่องละ 450 – 1,300 บาทเท่านั้นเอง

4. เครื่องชงกาแฟประเภทไซฟอน หรือแบบสุญญากาศ (Syphon Coffee Maker)

  • เครื่องชงกาแฟประเภทไซฟอน จะใช้แรงดันไอน้ำตามธรรมชาติในการผลิตกาแฟออกมาแต่ละแก้ว (ใครนึกไม่ออกเหมือนกับอุปกรณ์ทดสอบทางวิทยาศาสตร์ยังไงยังงั้น) โดยจะใส่กาแฟบดไว้ที่แก้วด้านบน และใส่น้ำไว้ที่แก้วด้านล่างรอจนน้ำเดือดก็จะระเหยไปหากาแฟบดทำให้กลายเป็นน้ำกาแฟ
  • ข้อดีคือจะได้รสชาติของกาแฟที่กลมกล่อม เข้มข้น สร้างบรรยากาศการดื่มกาแฟสมัยก่อนได้ดี 
  • ข้อเสียคือจะได้กาแฟในปริมาณน้อย 1-2 แก้วเท่านั้น ใช้เวลารอกาแฟนาน ทั้งยังทำความสะอาดตัวเครื่องลำบากด้วย 
  • เหมาะกับร้านกาแฟที่มีขนาดเล็ก – กลาง คงความคลาสสิก วินเทจ ซึ่งจะแปลกจากเครื่องชงทั่วไปตรงที่ร้านใช้เรื่องชงเหล่านี้มักมีสไตล์เป็นของตนเอง 
  • ราคาของเครื่องชงกาแฟประเภทไซฟอน อยู่ที่ราว 1,000 – 5,000 บาท 

5. เครื่องชงกาแฟแบบกด (French Coffee Press)

  • เครื่องชงกาแฟแบบกด จะเป็นการเทน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟ หรือกาแฟบดหยาบ แล้วค่อย ๆ กดก้านกรองที่ติดอยู่กับภาชนะ 
  • ข้อดีคือได้กาแฟมีกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้น หอมละมุนน่าดื่ม 
  • ข้อเสียคือด้วยความที่เครื่องชงประเภทนี้เป็นแบบกดจึงต้องออกแรงพอสมควร ใช้เวลาทำนานถึง 4 นาทีกว่าจะได้มา 1 แก้ว รวมทั้งค่อนข้างยุ่งยากในการล้างทำความสะอาด 
  • เหมาะกับร้านที่มีขนาดเล็ก หรือตกแต่งร้านสไตล์ฝรั่งเศสชิค ๆ
  • เรื่องราคาของเครื่องชงกาแฟแบบกด จะอยู่ที่ 1,000 – 5,000 บาท

ทั้งหมดนี้คือเครื่องชงกาแฟที่ได้คัดสรรมาให้ทุกคนที่สนใจทำธุรกิจเปิดร้านกาแฟลองเลือกซื้อเลือกใช้กัน ซึ่งแต่ละเครื่องล้วนมีข้อดี-ข้อเสีย การนำไปใช้งาน รวมทั้งราคาที่แตกต่างกัน ก็หวังว่าจากข้อมูลต่าง ๆ 

ที่ให้ไว้จะทำให้ทุกคนได้เครื่องชงกาแฟที่ตอบโจทย์กับร้านในสไตล์ที่เป็นตัวเอง พร้อมช่วยพัฒนากิจการให้เจริญเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ทุกธุรกิจต้องเริ่มต้นจากความใส่ใจแล้วจะนำมาซึ่งความสำเร็จในอนาคตได้อย่างไม่ยากเย็น เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อย่ามองข้ามเด็ดขาด 

บทความอื่นๆ

ให้ 365 วันของคุณเป็นวันดี 

เมื่อสถานการณ์กำลังวิกฤติ เจ้าของกิจการทำยังไงให้ธุรกิจ เงินไม่รั่วไหล

เมื่อสถานการณ์กำลังวิกฤติ เจ้าของกิจการทำยังไงให้ธุรกิจ เงินไม่รั่วไหล

ลองถามใจตัวเองแล้วมองกลับไปยังสภาพของธุรกิจคุณตอนนี้ เป็นอย่างไรบ้าง? ใครยังสุขสบาย ไม่ได้รับผลกระทบก็ดีไป แต่เชื่อสิ!...

อ่านเพิ่มเติม
อัพเดท 9แอป HR Trend 2020 มูฟออนเพื่อความก้าวหน้าเป็น HR Tech มืออาชีพ

อัพเดท 9แอป HR Trend 2020 มูฟออนเพื่อความก้าวหน้าเป็น HR Tech มืออาชีพ

  การทำงานในสาย HR ไม่ใช่แค่มีหน้าที่ควบคุมพนักงาน, การกำหนดกฎระเบียบ หรือการตรวจสอบเวลาเข้า-ออก เท่านั้น...

อ่านเพิ่มเติม
สปาร์กจอยความรักกับเพื่อนร่วมงาน จะบริหารอย่างไรดี

สปาร์กจอยความรักกับเพื่อนร่วมงาน จะบริหารอย่างไรดี

ความรักคือสิ่งสวยงามเสมอ ไม่ว่าจะรักในรูปแบบไหนก็ตาม ยิ่งช่วงวัยของการทำงานเป็นช่วงเวลาที่เชื่อว่าหลาย ๆ มักเกิดความหลงใหล ชื่นชม...

อ่านเพิ่มเติม