เลือกเครื่องชงกาแฟยังไงให้ขายดี ตอบโจทย์การใช้งาน ลงทุนแล้วคุ้มค่า!

ระบบลงเวลา

“จะเปิดร้านกาแฟต้องเลือกเครื่องชงยังไงให้ขายดีนะ” เชื่อว่าหลายคนที่กำลังมีแนวคิดเปิดร้านกาแฟคงตั้งคำถามที่ว่านี้อยู่ในใจไม่น้อย ซึ่งการเลือกเครื่องชงกาแฟควรดูหลายปัจจัยมากทั้งข้อดีข้อเสีย ความเหมาะสมกับการนำมาใช้งาน รวมไปถึงราคาของเครื่อง และสำหรับใครที่ต้องการหาคำตอบเพื่อที่จะได้รีบไปซื้อมาใช้งาน ลองอ่านบทความต่อไปนี้ดูเผื่อช่วยได้ โดยจะมีแบบไหนบ้าง ไปติดตามกันเลย

1. เครื่องชงกาแฟประเภทเอสเปรสโซ (Espresso Coffee Machine)

  • เครื่องชงกาแฟประเภทเอสเปรสโซ จัดว่าเป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมที่สุดในบรรดาผู้ประกอบการร้านกาแฟใช้กัน ซึ่งจะใช้น้ำร้อนชงกาแฟออกมาด้วยแรงดันไอน้ำในหม้อต้ม 
  • ข้อดีคือเป็นเครื่องที่สามารถผลิตกาแฟได้มากและใช้เวลาน้อย สั่งปุ๊บได้ปั๊บ เครื่องส่วนใหญ่จะมีแก้ววัดปริมาณกาแฟมาให้ด้วย 
  • ข้อเสียคือต้องทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งานเนื่องจากกาแฟหยดลงมาใส่พื้นเครื่อง และพอชงเสร็จก็ต้องรีบเสิร์ฟเพื่อไม่ให้กาแฟเย็นชืด 
  • เหมาะกับร้านที่อยากให้ลูกค้าได้รับความเข้มข้นของกาแฟ รวมทั้งกลิ่นละมุนจากเมล็ดกันแบบแท้ ๆ สด ๆ แน่นอนว่าต้องร้านกาแฟขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ (ใช้ที่บ้านก็ได้ด้วยนะ) 
  • ราคาเครื่องชงกาแฟประเภทเอสเปรสโซ จะอยู่ที่ประมาณ 8,000 –  20,000 บาท

2. เครื่องชงกาแฟประเภทแคปซูล (Capsule Coffee Machine)

  • เครื่องชงกาแฟประเภทแคปซูล  เป็นเครื่องที่ชงกาแฟง่ายมาก แค่หยิบกาแฟแคปซูลที่ออกแบบมาโดยเฉพาะใส่ในเครื่องแล้วกดปุ่มทำงานก็ได้กาแฟมาดื่มกันแล้ว
  • ข้อดีคือ สามารถจุน้ำร้อนตามปริมาณเหมาะสม มีการรองรับรสชาติแคปซูลได้หลากหลาย สะดวกรวดเร็วในการชง รสชาติคงที่ เหมาะสำหรับคนที่ดื่มรสเดิม ๆ เป็นประจำ
  • ข้อเสียคือ รสชาติกับกลิ่นของกาแฟก็จะไม่ค่อยเข้มและหอมละมุนเท่าไรนัก หลังนำกาแฟไปเสิร์ฟแล้วอาจมีน้ำกาแฟหยดจากเครื่องต้องทำความสะอาดบ่อยครั้ง 
  • เหมาะกับร้านกาแฟเล็ก ๆ ไปจนถึงขนาดกลาง
  • ราคาของเครื่องชงกาแฟประเภทแคปซูล จะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 12,000 บาท

3. เครื่องชงกาแฟประเภทกรอง (Drip)

  • เครื่องชงกาแฟประเภทกรอง (Drip) จะเป็นการชงโดยใช้น้ำร้อนเทลงไปบนกาแฟบดซึ่งมีกระดาษกรองรองอยู่บนแก้วกาแฟอีกที
  • ข้อดีคือสามารถชงได้หลายแก้ว (สูงสุด 15 แก้วเลยล่ะ) ซึ่งไม่ต้องมาคอยเปิดดูน้ำในเครื่องบ่อยเพราะจะมีช่องบอกปริมาณน้ำที่เหลือไว้นอกเครื่องเลย บางรุ่นสามารถอุ่นกาแฟได้ในระยะเวลาไม่นาน ทำให้สามารถชงรอลูกค้าไว้เผื่อในกรณีที่มาสั่งพร้อมกันหลายแก้ว ทั้งยังมีระบบป้องกันน้ำกาแฟหยดไม่ต้องคอยกังวลเรื่องทำความสะอาด 
  • ข้อเสียคือแม้ว่าจงได้หลายแก้วแต่ก็ต้องค่อยๆ ทำจึงอาจใช้เวลาอยู่บ้าง และได้แค่กาแฟชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น รสชาติ กลิ่นของกาแฟไม่ค่อยเข้มข้น หอมละมุน 
  • เหมาะกับร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดใหม่ ร้านเล็ก ๆ ไปจนถึงขนาดกลาง
  • เครื่องชงกาแฟประเภทกรอง (Drip) นี้ราคาถูกแสนถูกอยู่ที่ราว ๆ เครื่องละ 450 – 1,300 บาทเท่านั้นเอง

4. เครื่องชงกาแฟประเภทไซฟอน หรือแบบสุญญากาศ (Syphon Coffee Maker)

  • เครื่องชงกาแฟประเภทไซฟอน จะใช้แรงดันไอน้ำตามธรรมชาติในการผลิตกาแฟออกมาแต่ละแก้ว (ใครนึกไม่ออกเหมือนกับอุปกรณ์ทดสอบทางวิทยาศาสตร์ยังไงยังงั้น) โดยจะใส่กาแฟบดไว้ที่แก้วด้านบน และใส่น้ำไว้ที่แก้วด้านล่างรอจนน้ำเดือดก็จะระเหยไปหากาแฟบดทำให้กลายเป็นน้ำกาแฟ
  • ข้อดีคือจะได้รสชาติของกาแฟที่กลมกล่อม เข้มข้น สร้างบรรยากาศการดื่มกาแฟสมัยก่อนได้ดี 
  • ข้อเสียคือจะได้กาแฟในปริมาณน้อย 1-2 แก้วเท่านั้น ใช้เวลารอกาแฟนาน ทั้งยังทำความสะอาดตัวเครื่องลำบากด้วย 
  • เหมาะกับร้านกาแฟที่มีขนาดเล็ก – กลาง คงความคลาสสิก วินเทจ ซึ่งจะแปลกจากเครื่องชงทั่วไปตรงที่ร้านใช้เรื่องชงเหล่านี้มักมีสไตล์เป็นของตนเอง 
  • ราคาของเครื่องชงกาแฟประเภทไซฟอน อยู่ที่ราว 1,000 – 5,000 บาท 

5. เครื่องชงกาแฟแบบกด (French Coffee Press)

  • เครื่องชงกาแฟแบบกด จะเป็นการเทน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟ หรือกาแฟบดหยาบ แล้วค่อย ๆ กดก้านกรองที่ติดอยู่กับภาชนะ 
  • ข้อดีคือได้กาแฟมีกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้น หอมละมุนน่าดื่ม 
  • ข้อเสียคือด้วยความที่เครื่องชงประเภทนี้เป็นแบบกดจึงต้องออกแรงพอสมควร ใช้เวลาทำนานถึง 4 นาทีกว่าจะได้มา 1 แก้ว รวมทั้งค่อนข้างยุ่งยากในการล้างทำความสะอาด 
  • เหมาะกับร้านที่มีขนาดเล็ก หรือตกแต่งร้านสไตล์ฝรั่งเศสชิค ๆ
  • เรื่องราคาของเครื่องชงกาแฟแบบกด จะอยู่ที่ 1,000 – 5,000 บาท

ทั้งหมดนี้คือเครื่องชงกาแฟที่ได้คัดสรรมาให้ทุกคนที่สนใจทำธุรกิจเปิดร้านกาแฟลองเลือกซื้อเลือกใช้กัน ซึ่งแต่ละเครื่องล้วนมีข้อดี-ข้อเสีย การนำไปใช้งาน รวมทั้งราคาที่แตกต่างกัน ก็หวังว่าจากข้อมูลต่าง ๆ 

ที่ให้ไว้จะทำให้ทุกคนได้เครื่องชงกาแฟที่ตอบโจทย์กับร้านในสไตล์ที่เป็นตัวเอง พร้อมช่วยพัฒนากิจการให้เจริญเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ทุกธุรกิจต้องเริ่มต้นจากความใส่ใจแล้วจะนำมาซึ่งความสำเร็จในอนาคตได้อย่างไม่ยากเย็น เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อย่ามองข้ามเด็ดขาด 

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีสร้างรายรับ-รายหักกำหนดเอง ด้วยระบบทำเงินเดือน OneDee.ai

วิธีสร้างรายรับ-รายหักกำหนดเอง ด้วยระบบทำเงินเดือน OneDee.ai

ในการทำเงินเดือนจริงขององค์กร รายรับและรายหักไม่ได้มีรูปแบบเดียวกันทุกคน บางตำแหน่งมีค่าคอมมิชชั่น บางคนมีเบี้ยขยัน...

ปี 2569 ประกันสังคมปรับเพดานคำนวณเงินสมทบใหม่ เรื่องที่ HR ไม่ควรมองข้าม พร้อมวิธีอัปเดตง่าย ๆ ใน OneDee.ai

ปี 2569 ประกันสังคมปรับเพดานคำนวณเงินสมทบใหม่ เรื่องที่ HR ไม่ควรมองข้าม พร้อมวิธีอัปเดตง่าย ๆ ใน OneDee.ai

ตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นมา ทางประกันสังคมประกาศปรับเพดานคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการหักเงินในพนักงาน...

การกำหนดเงื่อนไขอนุมัติ ในระบบลาออนไลน์วันดี

การกำหนดเงื่อนไขอนุมัติ ในระบบลาออนไลน์วันดี

ในองค์กรที่มีหลายแผนก สาขา หรือตำแหน่ง การกำหนดเงื่อนไขอนุมัติการลามักเป็นเรื่องยุ่งยาก ยิ่งโดยเฉพาะหากยังใช้เอกสารแทนระบบลาออนไลน์...

วิธีกำหนดสิทธิการลา ในระบบลาออนไลน์วันดี

วิธีกำหนดสิทธิการลา ในระบบลาออนไลน์วันดี

ในแต่ละองค์กร นโยบายการลางานอาจแตกต่างกัน ประเภทวันลา ทั้งจำนวนวันที่ลาได้ สิทธิพิเศษตามตำแหน่ง หรือเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละแผนกหรือสาขา...

HR Online สำหรับ SME ทดลองใช้ฟรี

แอพบริหารงานบุคคล HR Online เพิ่มประสิทธิภาพทำงานให้ทีมของคุณ

Share This