ตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นมา ทางประกันสังคมประกาศปรับเพดานคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการหักเงินในพนักงาน และเงินสมทบในฝั่งนายจ้าง
ระยะเพดานเงินเดือนที่ใช้คำนวณประกันสังคม (อัปเดตล่าสุด)
การปรับเพดานเงินเดือนสำหรับคำนวณเงินสมทบประกันสังคมรอบนี้ เป็นการปรับแบบ “ทยอยเพิ่มเป็นระยะ” เพื่อให้สอดคล้องกับฐานรายได้จริงของแรงงานในปัจจุบัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
| ระยะเวลา | เพดานเงินเดือนสูงสุด ที่ใช้คำนวณ 5% (บาท/เดือน) | จ่ายเงินสมทบสูงสุด (บาท/เดือน) |
| ระยะที่ 1 ปี 2569 – 2571 | 17,500 บาท | 875 บาท |
| ระยะที่ 2 ปี 2572 – 2574 | 20,000 บาท | 1,000 บาท |
| ระยะที่ 3 ปี 2575 เป็นต้นไป | 23,000 บาท | 1,150 บาท |
ทำไม HR และเจ้าของกิจการไม่ควรมองข้ามเรื่องนี้?
หลายองค์กรต้องเจอปัญหาเดิมๆทุกครั้งที่กฎหมายแรงงานหรือประกันสังคมมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เพิ่มโอกาสในการคิดเงินเดือนพนักงานผิดพลาดได้ง่ายขึ้น เช่น
- ต้องมาแก้สูตรคำนวณใหม่ใน Excel
- ต้องจำตัวเลขใหม่ๆ
ความผิดพลาดเหล่านี้ไม่ได้กระทบแค่ยอดเงินในสลิปเงินเดือนเท่านั้น หากไม่อัปเดตให้ถูกตั้งแต่แรกอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น
- หักเงินพนักงานผิด ทำให้เสียเวลาแก้ยอดเงินเดือนใหม่
- ส่งเงินสมทบคลาดเคลื่อน ทำให้เสียเวลาแก้เอกสาร และข้อมูลย้อนหลัง
- กระทบความเชื่อมั่นของพนักงานต่อระบบเงินเดือน
ปัจจุบันองค์กรสามารถอัปเดตค่าที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคมบนระบบ HR ได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องแก้สูตรไฟล์ Excel หรือคำนวณด้วยตนเองอีกต่อไป
ดังนั้นก่อนเริ่มรอบคำนวณเงินเดือนของปี 2569 HR และฝ่ายบัญชีควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ระบบเงินเดือนได้อัปเดตเพดานประกันสังคมใหม่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้การคำนวณถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกและไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขภายหลัง
ปรับการคำนวณง่าย ๆ ใน OneDee.ai แค่ไม่กี่ขั้นตอน
1. เข้าเมนู Payroll Item > คลิก Welfare

2. คลิกแก้ไขรายการ ประกันสังคม หรือ Social Security

3. แก้ไขยอดเพดานคำนวณใหม่ในช่อง Maximum salary amount used in the calculation จาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท

4. กด Update 🎉






